new-logo

Thai Chinese (Simplified) English Japanese

Notice
  • Simple Image Gallery Notice: Joomla!'s /cache folder is not writable. Please correct this folder's permissions, clear your site's cache and retry.

ห้องทำงาน ใช้ผ้าม่านแบบไหนดี?

หากคุณมีห้องทำงานอยู่ในบ้าน หรือมีมุมทำงานอยู่ในคอนโดแล้ว นี่อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึง เวลาที่จะเลือกผ้าม่าน เพราะว่าแบบของผ้าม่านมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของคุณด้วย อ่าาา เริ่มสงสัยแล้วสิค่ะ ว่าผ้าม่านจะช่วยคุณทำงานได้อย่างไร?

b0406 rollerblind5


สิ่งแรกเลย ผ้าม่านช่วยเรื่อง “แสง” ค่ะ ผ้าม่านบางแบบจะช่วยคุณปรับระดับแสงที่ต้องการให้เล็ดลอดมาจากหน้าต่างของ คุณได้ คุณไม่ได้มีตัวเลือกแค่ปิดหรือเปิดผ้าม่านอีกต่อไป แบบของผ้าม่านมีฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่านั้นค่ะ


สิ่งที่สองคือ ผ้าม่านช่วยเรื่อง “บังสายตา” ถูกต้องแล้วค่ะ หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวและสมาธิในการทำงานแล้วล่ะก็ ผ้าม่านมีส่วนสำคุญมากทีเดียว เพราะจะช่วยให้คุณมีพื้นที่ของคุณเองและทำงานได้อย่างมีสมาธิไร้สิ่งรบกวน

นี่ยังไม่รวมประโยชน์อื่นๆ ที่อาจจะเป็นนามธรรม เช่น สีสันของผ้าม่านที่ช่วยให้คุณได้พักสายตา หรือทำงานอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้นในห้องสไตล์ที่คุณชอบอีกด้วย

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าผ้าม่านแบบไหนกันน้าที่เหมาะกับการใช้ในห้องทำงาน

ปกติโดยทั่วไปหากเป็นห้องทำงานที่อยู่ในบ้านนั้น คนส่วนใหญ่อาจจะทำเป็นผ้าม่านจีบ ม่านตาไก่ แบบธรรมดาทั่วๆไป ที่เลือกได้แค่ปิดหรือเปิดผ้าม้าน ซึ่งจริงๆแล้ว แบบผ้าม่านบางอย่างสามารถทำได้มากกว่านั้น

แบบผ้าม่านที่เราอยากแนะนำก็คือ “ม่านมู่ลี่” และ “ม่านปรับแสง” หรือที่เราเรียกสั้นๆกันว่า “มู่ลี่” และ “ม่านปรับแสง” นั่นเอง

มู่ลี่ และ ม่านปรับแสง นั้นมีฟังก์ชันการทำงานพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากการเปิด-ปิดได้แบบผ้าม่านทั่วไปแล้ว ยังสามารถหมุนปรับความเฉียงของใบม่านมู่ลี่เพื่อปรับระดับแสงที่ลอดเข้ามา ได้ อยากให้สว่างมาก สว่างน้อยก็สามารถปรับได้หมดไม่มีปัญหา และยังช่วยบังสายตาไปพร้อมๆกับการเปิดรับแสงได้อีกด้วย

มู่ลี่ vs ม่านปรับแสง
ความ เหมือนกันอยู่ที่ เกิดจากการเรียงร้อยแผ่นผ้า/ไม้/พีวีซี เรียงต่อกันเป็นผืน จะไม่เหมือนกับผ้าม่านแบบอื่นๆที่เกิดจากผ้าผืนเดียวมาตัดเย็บ
ความต่างกันอยู่ที่ มู่ลี่ จะเป็นการเรียงใบในแนวนอน และ ม่านปรับแสง จะเป็นการเรียงใบในแนวตั้ง

“มู่ลี่” มีวัสดุให้เลือก 2 ตัวด้วยกัน คืออลูมิเนียมและไม้ (คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดมู่ลี่)
ส่วน”ม่านปรับแสง” นั้นจะมีให้เลือกอยู่มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นพีวีซี ซึ่งสามารถเลือกระดับการลอดผ่านของแสงที่ใบได้เลย (คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดม่านปรับแสง)

นอกจากมู่ลี่และม่านปรับแสงแล้ว แบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกแบบหนึ่งก็คือ “ม่านม้วน” ซึ่งฟังก์ชันการทำงานจะเปิดปิดได้เหมือนผ้าม่านทั่วไป แต่ว่ามีความสวยงาม ดูเรียบแต่สง่า หรูหรา นิยมใช้กันมากตามอาคารสำนักงานต่างๆ หรือแม้แต่โรงแรมและห้องอาหารต่างๆ ซึ่งตอนนี้เริ่มได้รับความนิยมมาใช้ตามบ้านกันมากขึ้น (คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดม่านม้วน)

ทีนี้ลองมาเลือกผ้าม่านเพื่อสร้างมุมทำงานของบ้านของเราดีกว่าค่ะ ว่าแบบไหนที่เราชอบมากที่สุด และเหมาะกับเรามากที่สุดด้วย

ปล. แถมเรื่องงบประมาณค่ะ ถ้าหน้าต่างที่ขนาดเท่ากันนั้น งบที่ต้องใช้จากเยอะไปน้อย เรียงตามนี้เลยค่ะ “ม่านม้วน > ม่านปรับแสง / มู่ลี่ไม้ > มู่ลี่อลูมิเนียม” ลองดูแบบที่เราชอบนะค่ะ เพราะว่าผ้าม่านนั้นเหมาะแก่การลงทุนพอๆกับบ้าน เพราะว่าอายุการใช้งานเป็น สิบๆปีเลยหล่ะค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆจะได้ม่านเหมาะๆกับห้องทำงานแล้วนะค่ะ

 

*** เนื้อหานี้เป็นลิขสิทธิ์ของทางร้านวิจิตรรัตน์ม่าน หากต้องการนำไปใช้กรุณาอย่าลืมให้เครดิตลิ้งก์กลับมาที่เว็บไซต์ด้วย ขอบคุณค่ะ ***

{gallery}curtain_article/01_officeroom{/gallery}

Share